
|
|
จากภาพจะเห็นว่าถ้ายังไม่ไปพบทันตแพทย์เพื่อ เอาคราบหินปูนออก เหงือกและกระดูกที่รองรับฟันก็ จะเริ่มถูกทำลายลงไป ในช่องปากจะเริ่มเห็นว่าขอบเหงือกจะร่น ลงไปและเริ่มรู้สึกว่าตัวฟันยาวมากขึ้น ฟันเริ่มโยก มีเลือดออกจากเหงือก |
| โรคเหงือกยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆตราบ ใดที่ยังไม่ได้รับการรักษาโดยทันตแพทย์ บางท่านเรียกโรคเหงือกระยะนี้ว่า โรคปริทันต์ หรือ โรครำมะนาด |
|
|
|
ในระยะสุดท้ายเหงือกและกระดูกที่รองรับ ฟันถูกทำลายไปจนเกือบหมด ฟันจะโยกจน เห็นได้ชัด มีเลือดออกจากขอบเหงือกบ่อยๆ บางครั้งจะพบหนองไหลออกมาจากขอบเหงือกด้วย |
| ในที่สุดก็ต้องถอนฟันออกไปโดยไม่มี ทางรักษาทางอื่น |
|
| แต่เนื่องจากโรคเหงือกมักไม่มีอาการเจ็บปวดให้เห็นสักเท่าไรนักคนส่วนใหญ่จึงมักไม่รู้ว่า ตนเองกำลังเป็นโรคเหงือกอยู่และปล่อยให้โรคดำเนินต่อไปจนกระทั่งลุกลาม กลายเป็นโรคปริทันต์หรือรำมะนาดในที่สุด ซึ่งในระยะนี้ทั้งเหงือกและกระดูกที่รองรับฟันอยู่ด้านล่างจะถูกทำลาย ไปด้วยพร้อมๆกันทำให้เกิดฟันโยกและอาจต้องถูกถอนออกไปในภายหลัง | |
|
สรุปอาการแสดงที่ทำให้รู้ว่าเราอาจมีโรคเหงือกอยู่
|
|
| การป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหงือก
1. แปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันจะทำให้เราสามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่ยึดติดอยู่กับตัวฟันออกไปได้ แปรงสีฟันที่ใช้ถ้าไม่ได้รับการแนะนำเป็นพิเศษจากทันตแพทย์ก็ควร ใช้แปรงสีฟันที่ม ีขนแบบอ่อนนุ่มเท่านั้นถ้าใช่ร่วมกับยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่มี ฟลูออไรด์ผสมอยู่ก็จะช่วยป้องกันฟันผุได้ดียิ่งขึ้น 2. การทำความสะอาดบริเวณซอกฟันทุกวัน โดยการใช้ไหมขัดฟันหรือเครื่องมือทำความสะอาดฟันแบบอื่นๆก็ตาม เข้าไปทำความสะอาดบริเวณซอกฟันซึ่งเป็นบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไปทำความสะอาดไม่ถึง อย่าลืมว่าโรดเหงือกในระยะแรกสามารถรักษาให้หายได้โดยการแปรงฟันร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันนะครับ ถ้าคุณใช้เครื่องมือทำความสะอาดซอกฟันชนิดอื่นนอกเหนือไปจากไหมขัดฟัน ก็ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนถึงวิธีการใช้ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้เหงือกได้รับความบาดเจ็บ 3. ขั้นสุดท้ายก็เป็นการไปตรวจฟันกับทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือนและรับการขูดหินปูนหรือทำความสะอาด ช่องปากโดยทันตแพทย์ในส่วนที่คุณทำความสะอาดไม่หมดไงครับ เท่านี้คุณคงเข้าใจถึงคำว่าโรคเหงือกดียิ่งขึ้นและสามารถปฏิบัติตัวให้ปลอดจาก โรคเหงือกได้แล้วนะครับขอให้ทุกท่านมีสุขภาพช่องปากที่ดี ทพ.ณพงษ์ พัวพรพงษ์ |
|
This Webpage was designed & created by Dr.UN
Copyright ©
1999 Siamdental.com.
Reproduction or republication strictly prohibited without prior written
permission.
See Terms
& Conditions of Use for further legal
information.