

ฟันหลอกับโรคมะเร็งและโรคหัวใจ
| หลายๆท่านอ่านหัวข้อเรื่องแล้วก็คงสงสัยอยู่ว่า ฟันหลอหรือการไม่มีฟันนั้น จะมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องยังไงกับโรคมะเร็งและโรคหลอดเลือดหัวใจ วันนี้เราลองมาดูกันนะครับ | |
|
|
มีการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ลงใน Journal of the American Dental Association (JADA) ฉบับเดือนเมษายน ว่า การที่เราไม่มีฟันอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิด ความเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ดี ขณะที่เรารับประทานอาหาร โดยมันจะไปเพิ่มความเสี่ยง ในการเกิดโรคมะเร็ง และโรคทางหลอดเลือดหัวใจได้ |
| นอกจากนี้
การศึกษาที่มีมาก่อนหน้านั้นมีการหาความสัมพันธ์ระหว่างอาหารที่รับประทานกับการเกิดโรค
มีการแสดงผลสรุปได้ดังนี้
- การเพิ่มการรับประทานคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวรวมทั้งการลดการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์และแคโรทีน จะไปเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง - การลดการบริโภคผลไม้และผัก สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ |
|
| มีการศึกษาจาก Harvard Schools of Dental Medicine and Public Health โดยผู้ศึกษาได้รวบรวมข้อมูลการรับประทานอาหาร จากคนที่ทำงานทางด้านสุขภาพ 49,501 คน โดยร้อยละ 58 ของคนกลุ่มนี้มีอาชีพเป็นทันตแพทย์ คนกลุ่มนี้ได้ให้ข้อมูลทางด้านประวัติทางการแพทย์ และจำนวนฟันแท้ที่มีอยู่ก่อนการทดลอง นอกจากนี้ยังมีการเก็บข้อมูลลักษณะของอาหารที่ผู้ร่วมทดลองรับประทาน ซึ่งจะช่วยในการหาความสัมพันธ์ชนิดของอาหารที่รับประทาน กับจำนวนฟันของผู้รับประทานอีกด้วย |
|
| นอกจากนี้ผู้ศึกษายังได้ทำการเปรียบเทียบการรับประทานผลไม้ ผัก ไฟเบอร์ วิตามินซี แคโรทีน คอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัว ระหว่างผู้ที่ใส่ฟันปลอมและผู้ที่มีฟันแท้อยู่เป็นจำนวนมาก และยังมีการเปรียบเทียบกันระหว่างอายุ การสูบบุหรี่ การออกกำลังกายและอาชีพอีกด้วย | |
| จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า ในผู้สูงอายุที่เป็นทันตแพทย์ที่มีการออกกำลังกายอยู่เสมอ จะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากกว่า และในคนที่สูบบุหรี่จะมีการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์น้อยที่สุด |
|
| Dr.Kaumudi
Joshipura
พบว่าผู้ร่วมทำการทดลองที่ใส่ฟันปลอมทั้งปาก
หรือฟันปลอมบางส่วนอยู่
จะมีแนวโน้มที่จะรับประทานอาหารที่ผ่านการเตรียมมาแล้ว
มากกว่าคนที่มีฟันแท้ครบ
ซึ่งหมายถึงการได้รับไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลที่มากกว่าด้วย
และยังพบอีกว่า ผู้ร่วมทำการทดลองที่มีจำนวนฟันแท้อยู่มากกว่า จะรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ ผักและแคโรทีนมากกว่า อีกทั้งยังรับประทานคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่ต่ำกว่าด้วย |
|
|
นอกจากนี้ยังพบว่า
กลุ่มผู้ร่วมทดลองที่มีจำนวนฟันแท้น้อยกว่า
จะมีการรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ที่สูงกว่าอย่างน่าประหลาดใจ
ผู้ที่ทำการศึกษาได้ให้เหตุผลมาดังนี้คือ
ท่ามกลางคนเหล่านั้น
คนที่ไม่มีฟันอาจจะต้องรับประทานอาหารมากกว่าเพื่อชดเชยกับ
การที่สูญเสียการรับรสจากการไม่มีฟัน
และจากการที่พวกเขารับประทานอาหารอีกหลายๆชนิดไม่ได้
Dr.Joshipula กล่าวว่า ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน การแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง การเพิ่มอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคกับการสูญเสียฟันยังมีไม่มากนัก แต่เราพบแล้วว่าการสูญเสียฟันกับอาหาร จะมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ดังนั้นอย่างน้อยการศึกษานี้ก็จะช่วยสนับสนุนการป้องกันการสูญเสียฟัน และทำให้คนตระหนักถึงคุณค่าของฟันแท้ด้วย |
|
| คงเข้าใจแล้วนะครับว่าฟันแท้หรือฟันธรรมชาติของเรานั้น มีคุณค่ามากกว่าฟันปลอมเพียงใด หมั่นดูแลรักษาสุขภาพฟันให้ดีและไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือนนะครับ | |
|
|
| ทพ.ณพงษ์
พัวพรพงษ์
เอกสารอ้างอิง : ADA News Release ; American Dental Association , April 1996.
|
|
This Webpage was designed & created by Dr.UN
Copyright © 1999
Siamdental.com.
Reproduction or republication strictly prohibited without prior written
permission.
See Terms &
Conditions of Use for further legal information.