
การฟอกสีฟัน
|
|
ในปัจจุบันนอกเหนือจากการดูแลรักษาฟันให้อยู่ในสภาพที่ดีแล้ว ยังมีการให้ความสนใจในเรื่องความสวยงามของฟัน โดยเฉพาะเรื่องสีของตัวฟันอีกด้วยคนที่มีฟันเหลืองมากๆ หรือคนที่มีฟันดำคล้ำบางครั้งจะรู้สึกว่าไม่มีความมั่นใจใน เวลาพูดคุยหรือยิ้มประกอบกับการที่มีผลิตภัณฑ์พวกสาร ฟอกสีฟันและยาสีฟันที่โฆษณาว่าทำให้ฟันขาวขึ้นออก วางจำหน่ายทำให้มีผู้สนใจซื้อมาทดลองใช้มากขึ้น |
|
สาเหตุที่ทำให้มีการเปลี่ยนสีของฟัน พอจะแบ่งกว้างๆได้ 3 อย่าง คือ 1. การเปลี่ยนสีของฟันที่เกิดขึ้นภายนอกตัวฟัน ได้แก่ การที่มีคราบหินปูนหรือหินน้ำลาย คราบบุหรี่ หรือคราบน้ำชากาแฟ ไปเกาะที่ผิวนอกของตัวฟัน ซึ่งคราบเหล่านี้ทันตแพทย์สามารถทำความสะอาดออกได้ 2. การเปลี่ยนสีของฟันที่เกิดขึ้นภายในตัวฟัน เกิดจากการดื่มน้ำหรือรับประทานสารที่มีฟลูออไรด์มากเกินไป ทำให้เกิดเป็นลักษณะฟันตกกระ(Fluorosis) หรือการรับประทานยาปฏิชีวนะพวก Tetracycline ในขณะที่มีการสร้างเนื้อฟัน รวมทั้งเกิดจากวัสดุอุดฟันที่มีส่วนผสมของโลหะ ฟันที่ตายเนื่องจากถูกกระทบกระแทกหรือฟันที่รักษาคลองรากฟันมาแล้ว 3. การเปลี่ยนสีของฟันที่เกี่ยวข้องกับอายุ คือ เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นแส่วนของเคลือบฟันจะบางลง ทำให้สะท้อนสีส่วนที่เป็นเนื้อฟันซึ่งอยู่ชั้นในและมีสีค่อนข้างเหลืองให้เห็นชัดขึ้น |
|
|
กระบวนการฟอกสีฟัน เป็นกระบวนการทางเคมีโดยสารที่เป็นตัวออกฤทธิ์คือ สารเพอร์ออกไซด์ (Peroxide) กลไกที่ทำให้ฟันมีสีขาวขึ้นคือ สารพวกเพอร์ออกไซด์จะแตกตัวให้ออกซิเจนที่มี อิเลคตรอนอิสระ ซึ่งจะซึมผ่านชั้นของเคลือบฟันและเนื้อฟัน เข้าไปทำปฏิกิริยากับโมเลกุลเชิงซ้อนที่มีขนาดใหญ่ และสีเข้มให้เป็นสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กลงและมีสีจางลง ผลก็คือทำให้สีของฟันขาวขึ้น |
|
|
สารฟอกสีฟันที่นิยมใช้กัน คือ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์(Hydrogen Peroxide) และคาร์บาไมด์เพอร์ออกไซด์(Carbamide Peroxide) โดยสารพวกไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์จะมีฤทธิ์ค่อนข้างแรงและให้ผลข้างเคียงมากกว่าสารพวกคาร์บาไมด์เพอร์ออกไซด์ ดังนั้นการฟอกสีฟันควรอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ เนื่องจากทันตแพทย์จะต้องตรวจดูสภาพของเหงือกและฟัน รอยร้าวต่างๆบนตัวฟันและสภาพการรั่วของวัสดุอุดฟันที่มี รวมทั้งจะต้องขูดหินปูนหรือหินน้ำลายเพื่อทำความสะอาดฟันและลดการอักเสบของเหงือกก่อนที่จะเริ่มทำการฟอกสีฟัน ฟันที่จะทำการฟอกสีอาจจะเป็นฟันปกติที่ยังไม่ตาย หรือฟันที่ตายแล้วซึ่งได้รับการรักษาคลองรากฟันเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ขั้นตอนและวิธีการในการฟอกสีฟันที่ยังไม่ตายและฟันที่ตายแล้วจะแตกต่างกันดังนี้ การฟอกสีในฟันที่ยังไม่ตาย วิธีการฟอกสีจะฟอกจากภายนอกตัวฟันโดยทันตแพทย์จะต้องพิมพ์แบบฟัน เพื่อทำถาดพลาสติกสำหรับใส่สารฟอกสีฟันให้เฉพาะราย โดยถาดฟอกสีฟันจะต้องแนบพอดีกับตัวฟันและเหงือก ไม่กดหรือระคายเคืองเหงือก รวมทั้งมีที่ว่างสำหรับใส่สารฟอกสีฟัน สารฟอกสีฟันจะมีลักษณะเป็นเจลที่มีความข้นหนืดค่อนข้างสูง เพื่อต้องการให้สารอยู่ในบริเวณของฟันที่ต้องการฟอก ไม่ให้ไหลไปมาหรือไหลออกมานอกถาดฟอกสีฟันเข้าสู่ช่องปาก ส่วนวิธีในการฟอกสีฟันนั้นมี 2 วิธี คือ ใส่ถาดฟอกสีฟันในตอนกลางวันหรือใส่ในเวลานอน ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกัน การฟอกสีในฟันที่ตายแล้ว วิธีการฟอกสีฟันมักจะฟอกจากภายในตัวฟัน หรืออาจจะฟอกจากภายนอกตัวฟันร่วมด้วย โดยทันตแพทย์จะต้องตรวจและถ่ายภาพรังสีของฟันที่จะฟอกสี เพื่อดูสภาพฟัน กระดูกรองรับรากฟันและการรักษาคลองรากฟันที่ทำไว้ ก่อนที่จะกรอเปิดช่องที่ตัวฟัน เพื่อใส่สารรองพื้นและสารฟอกสีฟัน แล้วปิดไว้ด้วยวัสดุชั่วคราวไ ว้ประมาณ 7-10 วัน จึงนัดมาดูสีฟันเพื่อประเมินผลและเปลี่ยนสารฟอกสีฟันใหม่ ชุดฟอกสีฟันที่ขายในท้องตลาดมักจะใช้สำหรับฟันที่ยังไม่ตาย ซึ่งจะแตกต่างกันในเรื่องชนิดและความเข้มข้นของสารฟอกสีฟัน ความข้นหนืดของสาร กลิ่นและรส ตลอดจนความยากง่ายในการใช้ รวมทั้งเรื่องราคา ชุดฟอกสีฟันส่วนมากจะประกอบด้วยสารฟอกสีฟันซึ่งมักมีความเข้มข้นของสารค่อนข้างสูงแต่มีความข้นหนืดต่ำ ทำให้สารฟอกสีฟันไหลไปมาง่าย และมีแผ่นพลาสติกสำหรับใช้ทำถาดฟอกสีฟันโดยให้ผู้ซื้อไปทำเอง ซึ่งมักไม่แนบพอดีกับเหงือกและฟัน นอกจากนั้นอาจจะมียาสีฟันเพื่อทำให้ฟันขาวใช้ร่วมด้วย
|
|
|
|
ผลของการฟอกสีฟัน ไม่สามารถทำนายได้ว่าฟันจะขาวขึ้นมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของฟันแต่ละคนซึ่งแตกต่าง กันไปในขณะที่มีการสร้างฟัน สีของฟันขาวมักจะมีการย้อนกลับ กล่าวคือ มีสีขาวน้อยลงกว่าเมื่อฟอกสีฟันเสร็จใหม่ๆหลังจาก ระยะเวลาผ่านไป 2-3 ปี โดยเฉพาะในรายที่เป็นฟัน Tetracycline ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟอกสีฟันนานกว่าปกติ แต่สีจะย้อนกลับได้เร็วกว่าปกติ ทำให้ต้องฟอกสีซ้ำบ่อยขึ้น การปรึกษาทันตแพทย์พอจะบอกได้ว่า ฟันนั้นๆจะสามารถฟอกให้ขาวขึ้นได้หรือไม่ หรือมีแนวโน้มที่ฟันจะขาวขึ้นหรือไม่ รวมทั้งควรจะหยุดฟอกสีฟันเมื่อไร
|
|
ผลข้างเคียงของการฟอกสีฟันที่ยังไม่ตาย จะเกิดขึ้นช่วงสั้นๆในขณะที่ทำการฟอกสีฟันซึ่งจะค่อยๆหายไปเมื่อหยุดฟอกสีฟัน เนื่องจากสารฟอกสีฟันมีฤทธิ์กัด ดังนั้นจะทำให้เหงือกมีอาการเจ็บแสบ แดง หรืออักเสบ รวมทั้งอาจทำให้มีอาการเสียวฟันซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นกับชนิด ความเข้มข้นของสารที่ใช้ รวมทั้งระยะเวลาที่ใช้ฟอกสีฟัน ผลข้างเคียงของการฟอกสีฟันที่ตายแล้ว อาจจะมีการละลายตัวของรากฟันภายนอก ถ้าไม่ได้มีการปิดกั้นหรือรองพื้นในส่วนของตัวฟันที่ดีพอก่อนการใส่สารฟอกสีฟัน ข้อควรระวังในสำหรับการฟอกสีฟัน ไม่แนะนำให้ทำการฟอกสีฟันในรายที่มีฟันสึกทั้งปากหรือมีอาการเสียวฟันทั้งปากอยู่แล้ว เนื่องจากอาจจะมีอาการเสียวฟันมากขึ้น หรือในรายที่มี วัสดุอุดฟันหน้าหลายซี่ ซึ่งถ้าจะฟอกสีฟันจะต้องอุดฟันหน้าใหม่หลังการฟอกสีแล้ว เนื่องจากวัสดุอุดฟันหน้าจะไม่ถูกฟอกสีไปด้วย หรือในรายที่ทราบว่ามีอาการแพ้สารพวกเพอร์ออกไซด์ รวมทั้งไม่แนะนำในรายที่คนไข้ตั้งครรภ์
ทพ.ธนินทร์ รัตนนาคินทร์
|
|
This Webpage was designed & created by Dr.UN
Copyright © 1999
Siamdental.com.
Reproduction or republication strictly prohibited without prior written
permission.
See Terms &
Conditions of Use for further legal information.